 |
 ในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญ หลายมาตรากำหนดการสืบทอดการดำเนินการขององค์กรที่คณะรัฐประหารรับรองไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บุคคลในองค์กรอิสระดำรงตำแหน่งไปจนครบวาระ ทั้งๆ ที่เมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่แล้วความชอบธรรมของบุคคลเหล่านี้น่าจะหมดสิ้นไป นอกจากนี้ยังไม่มีการกำหนดห้าม สสร. (ซึ่งมิได้เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ) สมัคร ส.ส. หรือ ส.ว. อีกด้วย นี้ยังไม่รวมการเตรียมตั้งพรรคการเมืองของคณะนายทหารจำนวนหนึ่ง หรือการเลี่ยงที่จะประกาศว่าจะไม่เล่นการเมืองของหัวหน้าคณะรัฐประหาร ทำให้มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากเป็นการต่อท่ออำนาจของคณะรัฐประหาร
 ในมาตรา 308 ของร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้คณะรัฐมนตรีของคณะรัฐประหาร แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเพื่อเป็นองค์กรอิสระภายใน 90 วัน แล้วยังเร่งรัดอีกว่ากรรมการชุดนี้ต้องจัดทำกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อปฏิรูปกฎหมายให้เสร็จภายใน 1 ปีด้วย โดยไม่มีการอธิบายใดๆ จากผู้ร่างรัฐธรรมนูญว่า จำเป็นเร่งด่วนเพียงใดที่ต้องให้คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันดำเนินการ นี้จึงเป็นการสืบทอดอำนาจเผด็จการที่จะมีต่อไปอย่างยาวนาน และแนบเนียนกว่าเผด็จการในอดีตที่เป็นเพียง "ประกาศคณะปฏิวัติ"
|
 มาตรา 309 ของร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า การกระทำใดๆ ที่รับรองในรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหาร พ.ศ. 2549 ไม่ว่าจะถูกหรือผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ให้ถือว่าเป็นการ "ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ" แล้วยังนิรโทษกรรมล่วงหน้าแก่คณะรัฐประหาร ดังข้อความที่ว่า "ไม่ว่าก่อนหรือหลังรัฐธรรมนูญ 2550" ส่วนข้อโต้แย้งที่ว่ามาตรานี้มีไว้เพื่อรองรับการกระทำที่ถือว่าชอบด้วยกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ 2549 เท่านั้นก็ไม่จริง เพราะถ้าชอบด้วยกฎหมายแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเขียนรับรองไว้เช่นนี้
|
 ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เพิ่มบทบาทแก่องค์กรตุลาการมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ที่ศาลฎีกาตามรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองสูงสุด เข้าไปเป็นกรรมการสรรหาจำนวนมาก โดยที่ไม่มีหลักประกันใดๆ เลยว่า บุคคลที่มาจากการคัดเลือกขององค์กรที่กล่าวมานี้ จะทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ผลเสียจากการที่ตุลาการมา "เล่น" การเมืองนั้น จะทำให้ความเชื่อถือในเรื่องความเป้นกลางในการตัดสินข้อขัดแย้งหมดสิ้นไป นี้ยังไม่รวมถึงการขยายเวลาเกษียณของผู้พิพากษาอีก 10 ปี ทั้งๆ ที่ควรจะไปตราไว้ในกฎหมายเฉพาะ ไม่ใช่ในรัฐธรรมนูญ (มาตรา 306 วรรค 2) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อบรรดาตุลาการทั้งหลายเช่นกัน
|
 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่ารัฐ "ต้องจัดให้มีกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จำเป็น และ เพียงพอ" นี่ไม่ใช่ข้อที่เขียนขึ้นลอยๆ แต่สอดคล้องกับการเพ่ิมขึ้นของงบประมาณทหารถึง 57,064 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 66.40 % และเมื่อพิจารณาจากงบประมาณมี 2551 ก็จะพบว่า ยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงได้รับการจัดสรร 219,690.3 ล้านบาท ยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขความยากจนได้รับเพียง 59,833.3 ล้านบาท
|
 สิทธิเสรีภาพที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ มักจะนำมาอวดอ้างนักหนาว่า เป็นจุดเด่นของร่างรัฐธรรมนูญ 2550 รวมทั้งมักจะอ้างมาตรา 27 ว่า สิทธิที่บัญญัติไว้แล้วย่อมได้รับความคุ้มครอง แต่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ก็มีข้อยกเว้นเต็มไปหมด เช่น ให้อำนาจรัฐล้วงความลับประชาชน (มาตรา 36) หรือการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (มาตรา 45) ซึ่งทั้งหมดสอดคล้องกับร่างกฎหมายรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่จะให้อำนาจ ผบ.ทบ. ในฐานะ ผอ.รมน. มีอำนาจเข้าไปล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานเหนือชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน
|